การเป็นประชาธิปไตรที่แท้จริง ต้องมีการบริหารการจัดการมิติใหม่ เรียบเรียงโดย ดร.สมัย แสงมณี

ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ ดร.สมัย  เหมมั่น



องค์การบริหารส่วนตำบล : การบริหารจัดการมิติใหม่
ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ ดร.สมัย  เหมมั่น

สู่ความเป็นประชาธิปไตยฐานรากที่แท้จริง


    ปริญญา นาคฉัตรีย์
    อธิบดีกรมการปกครอง


    บทนำ
    องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดตั้งขึ้น
    เพื่อกระจายอำสาจให้ประชาชนในตำบลเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาและสนองตอบ
    ความต้องการของชุมชนตำบลหมู่บ้านนั้นเอง และนับตั้งแต่พระราชบัญญัติสภาตำบล
    พ.ศ.2537 บังคับใช้ได้มีการจัดตั้ง อบต. ทั่วทั้งประเทศจนถึงปัจจุบันจำนวน 4
    ครั้ง รวมจำนวนทั้งสิ้น 6,746 แห่ง ซึ่งระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมา ประจักษ์ให้เห็นชัด
    ว่า กลไกบริหารจัดการที่เรียกว่า องค์การบริหารส่วนตำบลสามารถเอื้ออำนวย
    ประโยชน์สุขและขจัดปัดเป่าความทุกข์ยาก ความขาดแคลนของประชาชนในตำบล
    หมู่บ้านได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญยิ่งอีกประการหนึ่ง คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    ในรูปแบบ อบต. นั้น ได้สนองตอบต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
    พุทธศักราช 2540 ในเรื่องการกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน
    และเป็นรูปธรรมมากที่สุด โดยเฉพาะการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาคมหมู่บ้าน ประชา-
    คมตำบล และประชาชนในท้องถิ่น
    แนวทางการบริหารจัดการ อบต. ยุคใหม่





    กรมการปกครองได้กำหนดนดยบายเน้นหนัก ปี 2544 ข้อที่ 5 และ 9 ไว้ว่า ...จะ
    จะส่งเสริมและสนับสนุนการกำกับดูแลการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพ
    และส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติงานของข้าราชการและพนักงานขององค์กรปกครอง
    ส่วนท้องถิ่นโดยใช้หลักธรรมาภิบาล (Good governance)...






    ดังนั้น แนวทางการบริหารจัดการ การพัฒนา อบต. จึงได้มุ่งเน้นให้ 3 องค์กรที่
    เกี่ยวข้องกับ อบต. ได้แก่ อบต. ประชาชน / ประชาคม และหน่วยงานกำกับดูแล อบต.
    (จังหวัด / อำเภอ) มีความเข้มแข็งเพื่อตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    ซึ่งจะส่งผลให้ อบต.มีการบริหารจัดการที่โปร่งใส ปราศจากการทุจริต ซื่อตรงเป็นธรรม
    มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยกรมการปกครองได้ดำเนินการ ดังนี้





    1. ดำเนินการกับองค์กรประชาชน / ประชาคมในฐานะเจ้าของบ้าน โดยส่งเสริม
    ให้ประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทของประชาชนที่มีต่อ อบต. และสามารถเข้ามา
    มีส่วนร่วมในกระบวนการบริหารงาน อบต.ได้อย่างถูกต้องและเกิดประสิทธิภาพในการตรวจ
    สอบและถ่วงดุลซึ่งหากประชาชน / ประชาคมใน อบต. ได้เข้ามามีส่วนร่วม จะส่งผลให้
    อบต. บริหารงานอย่างโปร่งใส ลดปัญหาการทุจริต ตลอดจนใช้จ่ายงบประมาณได้อย่าง
    มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น





    ในส่วนของประชาชน กรมการปกครองได้จัดทำเอกสารแผ่นพับแจกจ่ายแก่ประชาชน
    ประชาสัมพันธ์เรื่อง "อบต.โปร่งใส ไร้ทุจริต โดยประชาชน"มีสาระที่จะส่งเสริม
    ให้ประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของประชาชนต่อ อบต. และสามารถ
    เข้ามามีส่วนร่วมกับ อบต.ได้อย่างถูกต้อง ดังนี้





    1.1 มีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำแผนพัฒนา อบต. โดย ประชาคมหมู่บ้านเสนอ
    ปัญหา / ความต้องการให้ อบต. เป็นแนวทางการจัดทำแผนพัฒนา อบต. 5 ปี โดยจะต้อง
    จัดทำประชาพิจารณ์แผนพัฒนา อบต. 5 ปี และแผนพัฒนาประจำปีก่อนประกาศใช้ และ
    อบต. จะต้องนำแผนพัฒนา อบต. ที่ผ่านการอนุมัติแล้วติดประกาศให้ประชาชนได้รับทราบ
    อย่างทั่วถึง





    1.2 เข้าร่วมรับฟังการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับงบประมาณรายจ่ายของ
    อบต. ว่าสอดรับกับแผนพัฒนา อบต.หรือไม่





    1.3 เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง คณะละไม่น้อยกว่า 2 คน ในทุกโครงการ
    ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2538





    1.4 มีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงานของ อบต. ตาม พ.ร.บ. ข้อมูล
    ข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540





    1.5 ดำเนินการเข้าชื่อถอดถอนผู้บริหารและสมาชิก อบต. หากปฏิบัติงานไม่ถูกต้อง
    ตามระเบียบ กฎหมาย หรือมีการทุจริต เป็นต้น





    2. ดำเนินการกับ อบต. ในฐานะตัวแทนของประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากร
    ของ อบต. ลงสู่ประชาชน
    โดยส่งเสริมศักยภาพให้ อบต. ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร สมาชิก
    สภา อบต.พนักงานส่วนตำบล ให้มีความรู้ ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ ตลอดจนระเบียบ
    กฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง อาทิเช่น กองราชการส่วนตำบลจัดการ
    ฝึกอบรมให้ความรู้ระยะสั้นให้แก่ประธานกรรมการบริหาร อบต. ประธานสภา อบต. ที่ได้รับ
    เลือกตั้งใหม่ ปลัด อบต. และหัวหน้าส่วนการคลังที่บรรจุแต่งตั้งใหม่วิทยาลัยการปกครอง
    จัดฝึกอบรมหลักสูตรปลัด อบต. และการประสานความร่วมมือหน่วยการศึกษาต่าง ๆ ให้
    เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพแก่ อบต. เช่น มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หลัก
    สูตรการเงินการบัญชีสำหรับหัวหน้าส่วนการคลัง เป็นต้น





    3. หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแล อบต. ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด
    นายอำเภอและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมาย
    โดยดำเนินการ
    พัฒนาศักยภาพในการกำกับ ดูแล อบต.ให้มีประสิทธิภาพ อาทิเช่น จัดฝึกอบรมให้
    ความรู้ในเรื่องการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงานของ อบต.ให้แก่ ปลัดจังหวัด
    ผู้ตรวจการส่วนท้องถิ่นเสมียนตราจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ เสมียนตราอำเภอ
    ทั่วประเทศ เป็นต้น
    อบต. ที่ดี มิติใหม่ของการบริหารจัดการ





    การบริหารจัดการ อบต. ที่ดีควรมีการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล (Good governance)
    กล่าวคือ เป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นตำบล พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในตำบล
    พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในตำบล สร้างการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขอันก่อให้เกิด
    การพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นส่วนเสริมความเข้มแข็งหรือสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ชุมชนได้เป็น
    อย่างดีทั้งนี้ประชาชนในตำบลจะรู้สึกถึงความยุติธรรมความโปร่งใสและความมีส่วนร่วมอัน
    เป็นคุณลักษณะสำคัญของการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
    สอดคล้องกับความเป็นไทย รัฐธรรมนูญ และกระแสโลกยุคปัจจุบัน การบริหารงาน อบต. ที่ดี
    ตามหลักธรรมาภิบาล (Good governance) ควรอยู่บนพื้นฐานหลักการสำคัญ 6 ประการ คือ





    1. หลักนิติธรรม ได้แก่ การออกระเบียบหรือข้อบังคับตำบลโดยการเปิดเวที
    ให้ประชาชนในระเบียบข้อบังคับตำบลที่จะประกาศใช้ ทั้งนี้ เพื่อให้ระเบียบข้อบังคับมีความ
    เป็นธรรมที่ยอมรับของชุมชนและชุมชนยินยอมพร้อมใจปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเหล่านี้





    2. หลักคุณธรรม ได้แก่ การยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม ความซื่อสัตย์ จริงใจ
    ขัน อดทน และมีระเบียบวินัย โดยรณรงค์ให้สมาชิกสภา อบต. คณะกรรมการบริหาร อบต.
    และพนักงานส่วนตำบลยึดถือหลักการนี้ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นตัวอย่างแก่ชุมชน





    3. หลักความโปร่งใสได้แก่ การสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่าง อบต.
    กับประชาชนในตำบล โดยปรับปรุงกลไกการทำงานของ อบต. ให้มีความโปร่งใส มีการเปิด
    เผยข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์อย่างตรงไปตรงมาประชาชนสามารถเข้าใจง่าย ประชาชน
    ในตำบลเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวก และมีกระบวนการให้ประชาชนตรวจสอบความถูก
    ต้องชัดเจนได้





    4. หลักการมีส่วนร่วมได้แก่ การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนรับรู้การบริหาร
    งานของ อบต. และเสนอความเห็นต่าง ๆ ไม่ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาของ อบต. การเสนอ
    ร่างข้อบังคับตำบลการร่วมเป็นกรรมการในการจัดซื้อ - จัดจ้าง หรืออื่น ๆ





    5. หลักความรับผิดชอบ ได้แก่ การตระหนักในสิทธิหน้าที่ ความสำนึกในความ
    รับผิดชอบต่อชุมชน การใส่ใจในปัญหาสาธารณะของชุมชนและกระตือรือร้นในการแก้ไข
    ปัญหา ซึ่งในการบริหารงานของ อบต. ต้องปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
    อย่างแท้จริง





    6. หลักความคุ้มค่า ได้แก่การบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดให้
    เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนร่วม โดยรณรงค์ให้ประชาชนในตำบลมีความประหยัดตามหลัก
    การใช้ชีวิตแบบพอเพียง





    การบริหารจัดการ อบต. ที่ดี ตามหลักธรรมาภิบาล (Good governance) จะสัมฤทธิผล
    ได้ดังที่มุ่งหวังมากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักสองส่วน คือส่วนแรกจะต้อง
    ปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม และวิธีการทำงานของเจ้าหน้าที่ อบต. โดยให้ถือเอาประโยชน์ของ
    ประชาชนเป็นจุดมุ่งหมายในการทำงาน และสามารถร่วมทำงานกับประชาชนและองค์กร
    ภาคเอกชนได้อย่างราบรื่น ส่วนที่สองคือ ต้องสร้างความตระหนักตั้งแต่ระดับปัจเจก
    บุคคลถึงระดับประชาคม ในเรื่องสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบในการมีส่วนร่วม เพื่อเป็น
    พลังของชุมชนที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความเข้าใจในหลักการของการสร้างธรรมาภิบาล (Good -
    governance) ให้เกิดขึ้นในชุมชนของตน
    โครงการคัดเลือก อบต. ต้นแบบ





    โครงการคัดเลือก อบต. ต้นแบบ เป็นแนวทางหนึ่งที่กรมการปกครองมุ่งมหายให้เกิด
    การกระตุ้นให้ อบต. ได้มีการพัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักการพื้นฐานของ ธรรมาภิบาล
    (Good governance) ในการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความโปร่งใส ซื่อตรง เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ
    ประสิทธิผลและสมรรถนะสูงในการนำบริการที่มีคุณภาพไปสู่ประชาชน และที่สำคัญยิ่ง คือ
    ประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานของ อบต. ได้ทุกขั้นตอน นอกจากนี้การจัดทำโครงการ
    ดังกล่าวยังจะเป็นการรองรับภารกิจและงบประมาณที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคตตาม พ.ร.บ.
    กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542





    โครงการคัดเลือก อบต. ต้นแบบ กำหนดไว้เป็น 3 ระดับ คือ ระดับภาค 5 แห่ง ระดับเขต
    18 แห่ง และระดับจังหวัด 75 แห่ง และในปี 2543 ที่ผ่านมากรมการปกครอง ได้ดำเนินการ
    คัดเลือกและประกาศผลการคัดเลือก อบต. ต้นแบบ ประจำปี 2543 เสร็จเรียบร้อยแล้ว
    สรุป





    การจัดตั้ง อบต. มีความมุ่งหมายเพื่อการกระจายอำนาจให้แก่ประชาชนในตำบล เพื่อ
    แก้ไขปัญหาและสนองตอบความต้องการของตนเอง อันจะส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพชีวิต
    ความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชนดีขึ้น จะเห็นได้ว่า อบต. เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    ที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมากที่สุด บทบาทและภารกิจของ อบต.
    จึงเป็นบทบาทที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนในท้องถิ่น ดังนั้น ภาพลักษณ์ของการ
    บริหารจัดการของ อบต. จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกลไกการบริหารจัดการที่โปร่งใส
    ซื่อตรง เป็นธรรม มีประสิทธิภาพประสิทธิผล และการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วน
    ร่วมในการบริหารจัดการ และการตรวจสอบการทำงานของ อบต. ในทุกขั้นตอน สิ่งเหล่านี้
    ทุกประการประจักษ์ดังโครงการ อบต. ต้นแบบ ที่กรมการปกครองได้พยายามสร้างมาตรฐาน
    ตัวแบบ (Model) ที่จะสะท้อนภาพลักษณ์ของการบริหารจัดการของ อบต. ที่ดี ทั้งนี้หาก
    อบต. มีการบริหารจดัการโดยยึดถือตามหลักการพื้นฐานธรรมาภิบาล (Good governance)
    ทั้ง 6 ประการ อย่างเคร่งครัดแล้ว ซึ่งถือได้ว่าเป็นการบริหารจัดการมิติใหม่ที่จะสร้างสรรค์
    ประชาธิปไตยจากฐานรากที่แท้จริง ชุมชนจะสามารถอยู่ร่วมกันสร้างสรรค์ และจรรโลงให้
    เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงต่อไป

ความคิดเห็น